บทที่ 10 นายท่านผู้เฒ่าฟ่านโกรธจัด

บทที่ 10 นายท่านผู้เฒ่าฟ่านโกรธจัด

อาเฟยมองหน้าท่านตาของภรรยาด้วยความซาบซึ้งในจิตใจ ไม่คิดว่านายท่านผู้เฒ่าฟ่านที่ใครต่างก็ต้องการอำนาจจากตระกูลนี้เพื่อเกื้อหนุนตน จะยอมรับหลานเขยเช่นเขาซึ่งเป็นเพียงชายตัดฟืน

“ขอบคุณขอรับท่านตา ท่านยาย”

อาเฟยค้อมหัวขอบคุณอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นมานั่งด้านข้าง

“ฮวาเอ๋อร์ บอกตาได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานกันแน่ ตาไม่ได้มองว่าอาเฟยเป็นคนไม่ดี แต่เรื่องนี้ตามองว่าต้องมีเบื้องหลัง”

ฟ่านจงเหิงเอ่ยถามหลานสาวแม้น้ำเสียงจะอ่อนโยน แต่สายตาที่พูดนั้นเด็ดเดี่ยวและจริงจังแถมแฝงไปด้วยความเคียดแค้น

“ท่านตาเข้าใจถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ เรื่องระหว่างหลานกับท่านพี่ ล้วนมีคนจัดฉากขึ้นเพื่อช่วงชิงตำแหน่งพระชายาจากหลานไป ทว่าเรื่องนี้หลานไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เพราะหลานมองว่าท่านพี่ของหลานดีที่สุด หลานไม่ต้องการเป็นพระชายาเจ้าค่ะ หลานต้องการสร้างครอบครัวกับท่านพี่”

เหอหลันฮวาตอบโดยไม่มีความลังเลและหันมามองอาเฟยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

“เมื่อไม่นานมานี้ฮวาเอ๋อร์โดนวางยาพิษจนหยุดหายใจ ไปเกือบหนึ่งเค่อขอรับท่านตา ผู้อยู่เบื้องหลังข้าคิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับเรื่องก่อนหน้านี้ขอรับ”

อาเฟยเลือกที่จะพูดด้วยตนเอง เขาเชื่อว่าเรื่องถูกวางยาพิษเหอหลันฮวาไม่คิดที่จะบอกท่านตาเป็นแน่

ปึก! ฟ่านจงเหิงฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะน้ำชาจนขาดสองท่อน อย่าคิดว่าเขาแก่แล้วจะไม่มีกำลังวังชา เขาเคยร่วมรบกับอดีตฮ่องเต้องค์ก่อนมาก็หลายศึก แค่โต๊ะตัวเดียวทำไมจะพังไม่ได้ด้วยฝ่ามือของเขา

“ดี ดีมาก ดีจริง ๆ ต้นสายปลายเหตุการตายของบุตรสาวของข้ายังไม่คลี่คลาย ทั้ง ๆ ที่ควรจะรู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไรและใครอยู่เบื้องหลัง มาคราวนี้หลานสาวของข้ากลับเจอเรื่องเดียวกันอีก ตระกูลเหอเห็นตระกูลฟ่านของข้าเป็นอะไร!”

ฟ่านจงเหิงโกรธจัด เรื่องของบุตรสาวเมื่อหลายปีก่อนยังไม่มีคำตอบ เวลานี้กลับเกิดเรื่องกับฮวาเอ๋อร์หลานสาวของเขาอีก หากตาเฒ่าเช่นเขายังคงนิ่งนอนใจ คงไม่ใช่อีกแล้ว

“พ่อบ้าน ไปตามเทียนเผยมาหาข้า”

“ขอรับนายท่าน”

พ่อบ้านรีบตอบรับ ก่อนจะรีบเดินไปตามคุณชายรองมาที่นี่ตามคำสั่งของนายท่านผู้เฒ่า

“ท่านตา ใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ หลานคิดว่า...”

เหอหลันฮวาพยายามหว่านล้อมให้ท่านตาของนางใจเย็นลง ประจวบกับฟ่านเทียนเผยหลานชายคนรองเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบพอดี

“ท่านปู่ให้พ่อบ้านไปตามข้า ท่านปู่มีเรื่องอันใดหรือขอรับ”

“เจ้านี่ ตาไม่ดีหรือยังไง น้องสาวเจ้าพาสามีมาเยี่ยมเยียนเจ้ากลับมองผ่านหรือว่าสายตาของเจ้าเห็นเพียงแค่ตัวเลขในบัญชีการค้าเท่านั้น”

ฟ่านจงเหิงเอ็ดหลานชายที่มองข้ามเหอหลันฮวาและสามี

“โอ๊ะ! ข้าไม่ทันมอง ฮวาเอ๋อร์มานานแล้วหรือยัง แล้วนี่ใช่สามีของน้องหรือไม่”

“ใช่แล้วพี่รองฟ่าน นี่คือสามีของข้าเอง ว่าแต่ท่านไม่เปลี่ยนไปเลยนะเจ้าคะ ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากตัวเลขและผลกำไรของตระกูล”

เหอหลันฮวากล่าวล้อเล็กน้อย นางพอจะรู้นิสัยลูกพี่ลูกน้องคนนี้ดี หลานชายตระกูลฟ่านมีเพียงสองคน คนโตเจริญรอยตามท่านลุงใหญ่เข้ากองทัพ พร้อมกับพี่ชายทั้งสองของนางซึ่งเป็นหลานชายต่างแซ่ จึงเหลือเพียงพี่รองฟ่านคนนี้ที่ดูแลกิจการทั้งหมดของตระกูลด้วยอายุเพียงยี่สิบกว่าหนาว

“เจ้าว่าแต่ข้า กิจการของเจ้าที่อาหญิงให้ไว้มีน้อยเสียเมื่อไหร่ ตอนนี้เจ้าออกมาจากตระกูลเหอแล้ว ควรที่จะดูแลเองเสียที สามีเจ้าหน่วยก้านดีข้าว่าเหมาะแก่การทำงานแทนเจ้านัก”

ฟ่านเทียนเผยเดินมายืนข้างอาเฟยก่อนจะใช้สายตาสำรวจน้องเขยคนนี้ ก่อนจะพยักหน้าพอใจ

“เจ้าอ่านออกเขียนได้หรือไม่”

“ได้ขอรับ”

“ดีมากจริง ๆ ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะเป็นคนสอนงานเจ้า เจ้าจะได้ช่วยฮวาเอ๋อร์ของข้าดูแลกิจการทั้งหมด จริงสิว่าแต่ท่านตาเรียกข้ามาทำไมขอรับ”

ฟ่านเทียนเผยคิดจะสอนงานให้กับอาเฟยเมื่อรู้ว่าน้องเขยคนนี้อ่านออกเขียนได้ ก่อนจะหันมาถามท่านตาของตนว่าเรียกเขามาด้วยเรื่องอันใด

ฟ่านจงเหิงเอือมระอากับหลานชายคนนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนภายนอกจึงเกรงกลัวไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่เมื่ออยู่ในเรือนเขาคล้ายจะเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง จากนั้นจึงเล่าทุกอย่างให้หลานชายฟังอีกครั้ง

เมื่อได้ฟังฟ่านเทียนเผยเปลี่ยนมาเป็นคนเคร่งขรึมและเย็นชาขึ้น เขาไม่มีวี่แววว่าจะล้อเล่นเหมือนเช่นก่อนหน้านี้

“คนพวกนั้นเห็นตระกูลฟ่านเป็นเช่นไร คิดจะรังแกกันง่ายเพียงนี้หรือ ท่านปู่ขอรับเรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง ในเมื่ออยู่เฉยกันไม่เป็น ก็รอดูว่าข้าจะโต้ตอบเช่นไร”

“อืม เจ้าอย่ารุนแรงนักเล่า ยังไงพ่อและพี่ชาย น้องชายเจ้าอยู่ในกองทัพ แต่ถ้าไม่จัดการอะไรเลย ข้าเชื่อว่าคนพวกนั้นย่อมต้องย้อนกลับมาเล่นงานฮวาเอ๋อร์และอาเฟยเป็นแน่”

“ขอรับท่านปู่ เช่นนั้นหลานขอตัวก่อน ในเมื่ออาเฟยคือส่วนหนึ่งของครอบครัว ข้าจะทำให้คนพวกนั้นเห็นเองว่าตระกูลฟ่านของพวกเรายอมรับเขยคนนี้แล้วเช่นกัน”

เมื่อพูดจบเขาจึงลากแขนอาเฟยออกมาโดยไม่สนใจสีหน้าของอาเฟยเลย

เหอหลันฮวาส่งสายตาและยิ้มให้สามีก่อนจะพยักหน้าให้เขา นางเชื่อว่าพี่ชายคนนี้ย่อมต้องไม่ทำอันตรายสามีนางเป็นแน่ ยังมีจื่อหลงและจื่อกวงตามไปด้วย โดยทิ้งจื่อโหวและจื่อหูไว้กับนาง

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านตา ที่ท่านตาและทุกคนไม่รังเกียจท่านพี่ของหลาน”

“ทำไมตาต้องรังเกียจด้วยเล่า ตาไม่เคยต้องการให้หลานใช้ชีวิตอยู่ในรั้วในวัง ซึ่งเต็มไปด้วยการแก่งแย่ง มิเช่นนั้นตาคงให้แม่ของหลาน...”

แต่ถ้าหากว่าเขายอมให้บุตรสาวแต่งเข้าวังในครานั้น เวลานี้บุตรสาวของเขาอาจจะมีชีวิตอยู่

“ทุกอย่างล้วนผ่านมาแล้ว ไม่ว่าผู้ใดย่อมไม่มีทางกลับไปแก้ไขอดีตได้อีก หลานเลือกที่จะเป็นเพียงภรรยาของท่านพี่ หลานคิดเพียงจะสานต่อกิจการและการค้าที่ท่านแม่มอบไว้ให้และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเท่านั้นเจ้าค่ะ

หลานไม่ต้องการแก่งแย่งกับใครหรือว่าต้องการใช้สามีร่วมกับผู้ใด หลานมองท่านแม่มาตั้งแต่เด็ก หลานรับรู้ความเจ็บปวดของการที่ต้องมาดูสามีคอยเอาใจหญิงอื่นดีเจ้าค่ะ”

นางไม่ต้องการใช้สามีร่วมกับผู้ใดเหมือนท่านแม่ ครอบครัวฟ่านล้วนมีคู่ครองคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นท่านตาหรือท่านลุง นางเชื่อว่าอาเฟยย่อมไม่ทำให้นางเจ็บช้ำน้ำใจในเรื่องนี้

สองผู้เฒ่าส่งยิ้มให้กันเมื่อได้ยินคำของหลานสาว

“ตาก็หวังไว้เช่นนั้น แล้วนี่หลานจะส่งข่าวให้ซือหมิงกับซือเหวินหรือไม่ ตาคาดว่าเรื่องนี้ไม่แน่อาจจะไปถึงชายแดนแล้วก็เป็นได้ ตามองว่าเทียนเผยคล้ายกับไม่แปลกใจเรื่องของสามีหลาน”

“นั่นสิเจ้าคะ หลานยิ่งแปลกใจเมื่อพี่เทียนเผยพาท่านพี่ไปด้วย”

เหอหลันฮวาคิดว่าการที่นางย้ายออกมาจากจวนเหอร่วมเดือน ลูกพี่ลูกน้องของนางผู้นี้ย่อมต้องรู้ข่าวและรู้ว่านางกับท่านพี่ไปตรวจตรากิจการหลายครั้ง ดังนั้นจึงพาสามีของนางไปด้วย เพียงแต่ไม่รู้ว่าทั้งสองไปที่แห่งใด

จากนั้นเหอหลันฮวาจึงนั่งถามสารทุกข์สุกดิบของท่านตาและท่านยายของนางต่อ ก่อนจะไปทานอาหารว่างด้วยกัน

ฟ่านเทียนเผยหลังจากที่ออกมาจากจวนตระกูลฟ่าน ชายหนุ่มพาอาเฟยมาที่เหลาอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าห้องส่วนตัวชั้นบน เพียงแต่เข้ามาแล้วจึงได้รู้ว่าเหลาอาหารแห่งนี้เป็นของตระกูลฟ่าน

“มาแล้วเหรอเทียนเผย แล้วนี่คงเป็นน้องเขยของเจ้าสินะ”

ชายผู้ที่มานั่งรออยู่ก่อนเมื่อได้ยินเสียงประตูจึงเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดจึงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

“คารวะองค์ชายสาม นี่คือน้องเขยของกระหม่อม สามีของหลันฮวา”

อาเฟยเมื่อรู้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้าเป็นผู้ใด จึงคุกเข่าคารวะด้วยความเคารพ

“คารวะองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ”

“ลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องมากพิธี ข้ามาในนามของสหายเจ้านี่ ส่วนเจ้าเป็นน้องเขยของเทียนเผย ดังนั้นไม่ต้องมีพิธีอะไรให้วุ่นวาย”

“พ่ะย่ะค่ะ” อาเฟยลุกขึ้นแล้วกลับมานั่งข้างฟ่านเทียนเผย

“ท่านเรียกข้ามามีเรื่องอันใดหรือ ไม่รู้หรือไรสหายเช่นข้ามีงานรัดตัว”

ด้วยเพราะเป็นสหายมาตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้องค์ชายสามผู้นี้และฟ่านเทียนเผยสนิทสนมจนคบหากันเป็นสหาย เพียงแต่ต่อหน้าผู้อื่นทั้งสองทำเหมือนไม่รู้จักกัน เพราะทุกคนทราบดีว่าตระกูลฟ่านไม่เข้ากับฝ่ายใด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป